หน้าหลัก
โปรแกรมทัวร์
จองแพ็คเกจทัวร์
ติดต่อบริษัท
กระดานสนทนา
เตรียมตัวก่อนเดินทาง
ข้อมูลท่องเที่ยวเกาหลี
การเดินทางในกรุงโซล
สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ
ประเพณีวัฒนธรรมเกาหลี
เทศกาลสำคัญของเกาหลี
ช็อปปิ้งที่เกาหลี
แนะนำอาหารเกาหลี
สภาพอากาศของเกาหลี
 
callcenter

การเคารพผู้มีอาวุโส

โครงสร้างทางสังคมแบบขงจื้อที่มีมานาน ยังคงอยู่อย่างเหนียวแน่น ถึงแม้ว่าเราจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านนี้บ้าง วัยวุฒิและอาวุโส ยังมีความหมายมาก และผู้เยาว์จะต้องเคารพคำสั่งของผู้อาวุโส โดยปราศจากข้อโต้แย้ง ดังนั้นบ่อยครั้งเราจะถูกถามว่า อายุเท่าใด และถามถึงสถานภาพทางการสมรส (เป็นที่น่าแปลกอยู่ทีเดียวที่ไม่ว่าเราจะอายุมากเพียงใด เราจะไม่ถือเป็นผู้ใหญ่ หากเรายังไม่สมรส อย่างน้อยก็เป็นสิ่งที่ยึดถือกันในแต่ละครอบครัว) เพื่อจะคะเนถูกถึงความอาวุโสของเราต่อผู้อื่น อย่างไรก็ตาม การที่ถูกถามก็มิได้หมายความว่าผู้ถามต้องการล่วงล้ำเข้ามาในโลกส่วนตัวของเรา แต่เราก็ไม่จำเป็นต้องตอบคำถามนั้นหากเราไม่ต้องการ

ชื่อ

ชาวเกาหลีส่วนใหญ่ จะมีชื่อสกุลจำกัดอยู่ในไม่กี่กลุ่มชื่อ เช่น 21% จะมีชื่อสกุลว่า คิม 14% จะมีชื่อสกุลว่า ยี, ลี หรือ รี 8% มีชื่อสกุลว่า ปาร์ค นอกจากนั้นก็มีชื่อสกุลแตกออกไปอีกเช่น ชอย (หรือ แช) เจิง (หรือ ชุง) จาง (หรือ ชาง) ฮัน, ลิม เป็นต้น ชื่อเต็มของชาวเกาหลี ก็จะประกอบด้วย ชื่อสกุล 1 พยางค์ และชื่อหน้า 2 พยางค์ ชื่อสกุลจะเขียนก่อน สตรีชาวเกาหลีจะไม่เปลี่ยนชื่อสกุล ตามคู่สมรส แต่บุตร และธิดาจะใช้ชื่อสกุลของบิดา

ภาษากาย

เมื่อต้องการกวักมือเรียกผู้อื่นนั้น ควรคว่ำมือลง และกวักนิ้วเรียกโดยใช้นิ้วชิดกัน การกวักมือเรียกโดยหงายฝ่ามือขึ้นนั้น ไม่สุภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากใช้นิ้วกวักเรียก เพราะถือเป็นกิริยาเรียกสุนัข สำหรับชาวเกาหลี

การสมรส

ชาวเกาหลีถือว่าการสมรสนั้น เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิต และการหย่าร้างถือว่าเป็นความตกต่ำเสียชื่อเสียง ไม่เพียงแต่สำหรับ คู่สมรสเท่านั้น แต่รวมไปถึงครอบครัวเลยทีเดียว แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม อัตราหย่าร้างในปัจจุบัน ก็ขยายตัวเพิ่มขึ้นเร็วพอควร การประกอบพิธีสมรสในปัจจุบัน แตกต่างไปจากในสมัยโบราณ นั่นคือในปัจจุบันนี้ พิธีจะเริ่มด้วยแบบทางตะวันตก นั่นคือมีการสวมชุดวิวาห์สีขาว สำหรับเจ้าสาว และทัคซีโดสำหรับเจ้าบ่าว โดยประกอบพิธีในห้องจัดพิธีวิวาห์ หรือในโบสถ์ ต่อมาช่วงบ่าย จะมีพิธีแบบดั้งเดิมในสถานที่ใหม่ด้วยชุดวิวาห์ที่มีสีสันงดงาม

 

?

 

ฮันบก

เป็นเครื่องแต่งกายประจำชาติเกาหลีมาเป็นเวลาพันๆ ปีมาแล้ว ก่อนที่วัฒนธรรมการแต่งกายแบบตะวันตก จะได้เข้ามาในเกาหลีเมื่อร้อยปีมาแล้วนั้น หญิงชาวเกาหลีจะสวมชุดฮันบก เป็นปกติทุกวัน ส่วนสุภาพบุรุษจะสวมชอโกรี (เสื้อนอกแบบเกาหลี) และพาจิ (กางเกงขายาว) ในขณะที่สุภาพสตรี สวมชอกอรีและชีมา(กระโปรง) ในปัจจุบันชุดประจำชาติฮันบก จะใช้สวมเฉพาะในโอกาสพิเศษต่างๆ เช่น งานมงคลสมรส วันซอลลัล (วันขึ้นปีใหม่ตามจันทรคติ) หรือวันชูซก (วันขอบคุณพระเจ้า)

เจเย (พิธีเคารพบูชาบรรพบุรุษ)

ตามหลักความเชื่อดั้งเดิมของเกาหลีนั้น เมื่อบุคคลหนึ่งสิ้นชีวิตลง วิญญาณของเขายังไม่ไปไหน แต่ยังวนเวียนอยู่ใกล้เป็นเวลากว่า 4 ชั่วคนทีเดียว ในช่วงเวลาอันยาวนานนี้ ผู้ตายยังถูกถือว่าเป็นสมาชิกของครอบครัว ความสัมพันธ์อันนี้ถูกถ่ายทอดออกมาด้วยพิธีเจเย ซึ่งจัดขึ้นในวันพิเศษต่างๆ เช่น ซอลัล และชูซก รวมทั้งวันครบรอบวันเสียชีวิตของบรรพบุรุษเหล่านั้น ชาวเกาหลีเชื่อว่า การที่เขามีชีวิต อยู่อย่างมีความสุขนั้น ก็ด้วยพรอันประเสริฐซึ่งบรรพบุรุษให้ไว้นั่นเอง

อนดอล

ตามประเพณีของเกาหลีนั้นห้องต่างๆ จะใช้เพื่อจุดประสงค์หลายๆ อย่าง และไม่มีการใช้หรือเรียกห้องตามการใช้งานของมัน เช่น ห้องนอน หรือห้องอาหาร เป็นต้น แต่จะมีการนำโต๊ะ และเสื่อเข้าไปไว้ตามห้องต่างๆ ตามจุดประสงค์การใช้งาน ประชาชนส่วนใหญ่ จะนอนบนเสื่อหนาปูบนพื้น ใต้พื้นห้องจะมีท่อระบายอากาศที่ทำด้วยหิน หรือคอนกรีต ในสมัยโบราณลมร้อนจะถูกระบายผ่านช่อง เพื่อให้เกิดความร้อน ดินเหนียวและปูนจะถูกนำมาวางบนหิน เพื่อป้องกันผู้อยู่อาศัยมิให้ถูกกระทบด้วยก๊าซพิษ ระบบทำความร้อน ใต้พื้นนี้เรียกว่า ?อนดอล? ในยุคปัจจุบันใช้ท่อน้ำร้อนให้ไหลผ่านพื้นซีเมนต์ซึ่งคลุมด้วยพรมน้ำมัน

คิมจาง

คิมจาง เป็นวิธีการเตรียมผักดองกิมจิในฤดูหนาวของชาวเกาหลีแต่ดั้งเดิม และสืบต่อกันมารุ่นต่อรุ่นมาหลายชั่วคนแล้ว ในเกาหลีนั้น จะมีผักน้อยประเภทมาก และก็ปลูกได้ระหว่าง 3-4 เดือนสุดท้ายของปีเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ จึงมีคิมจางช่วงต้นฤดูหนาว เพื่อทำอาหาร ซึ่งกลายมาเป็นอาหารประจำของชาวเกาหลี โต๊ะอาหารในเกาหลีจะขาดกิมจิไม่ได้เลย